top of page

FOUNDER'S TABLE : Sintorn

Updated: Jul 8, 2021

"ผมทำการตลาดมาหลายสินค้าหลายธุรกิจ ต้องพูดว่าสำหรับผม solar cell มันเป็นธุรกิจที่ดีต่อใจ" ศิลป์ธรณ์ สันติธรณ์ Founder ของ Solar Matter อดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนชั้นนำของไทย ซึ่งมีความฝันที่อยากให้คนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น เพื่อส่งมอบโลกที่ดีขึ้นและเย็นขึ้นให้กับคนรุ่นต่อไป เล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่เขาตัดสินใจมาทำธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ "มันเป็นประโยชน์ต่อทุกคนอย่างแท้จริง และเมื่อเป็นแบบนั้นมันก็ดีต่อความรู้สึกของผมที่เป็นคนนำเสนอของเหล่านี้ให้กับลูกค้า"



ถ้าถามถึงผู้บริหารมากความสามารถรุ่นใหม่ ศิลป์ธรณ์คงเป็นหนึ่งในไม่กี่ชื่อที่บริษัทเอกชนมากมายต่างต้องการตัว จากผลงานที่เขาเคยพิสูจน์ฝีมือให้เห็นมาแล้ว เช่น การพาแบรนด์ชาจากเมืองไทยไปบุกตลาดที่ประเทศอินโดนีเซียจนสำเร็จอย่างสวยงาม แต่วันหนึ่งเขาก็ตัดสินใจทิ้งเส้นทางสายบริหารบริษัทมหาชน เข้าสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดที่ต้องเริ่มจากศูนย์ด้วยตัวเอง


"ผมรู้สึกว่าการเป็นผู้บริหาร พอถึงจุดหนึ่งเราต้องทำงานเหมือนเจ้าของกิจการ เรารับความเสี่ยงเหมือนเจ้าของกิจการ" แม้ความเสี่ยงในความหมายของศิลป์ธรณ์ไม่ใช่ความเสี่ยงเชิงรายได้ แต่เป็นเรื่องของที่ทำงานและสิ่งแวดล้อม


"ทุกครั้งที่ผมเริ่มงานใหม่ ผมจะตั้งใจว่าที่นี่แหละ คือที่สุดท้าย เราจะทำงานอะไร สร้างอะไร เราต้องอิน ต้องรักมัน เราก็อยากอยู่กับมันไปนานๆ แต่ที่สุดแล้วก็พบว่าการเป็นผู้บริหารมืออาชีพในอายุเท่านี้ เรากลับเป็นหมือนมือปืนรับจ้าง ต้องเปลี่ยนโปรดักซ์เปลี่ยนบริษัทไปเรืื่อยๆ"



"ผมอิ่มตัว ผมอยากจะเจอธุรกิจที่ผมสามารถสร้างและเติบโตไปด้วยกันได้นานๆ" ศิลป์ธรณ์บอกเรา


เหตุนี้เอง เขาจึงตั้งใจมองหาอะไรบางอย่างที่จะตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของปรัชญาการทำงาน แนวคิดในการชีวิต และความเชื่อในฐานะบุคคลากรของโลก


ย้อนไปในปี 2018 ศิลป์ธรณ์ได้เดินทางไปเยือนดินแดนแสกนดิเนเวียเป็นครั้งแรกกับภรรยา เขาได้พบกับวิถีชีวิตและวิธีคิดที่เรียบง่่ายแต่น่าทึ่ง "ผมชอบมากที่เขาให้ความสำคัญกับครอบครัว เขาเป็นสังคมมที่เอา 'คน' เป็นที่ตั้ง"


เมื่อเอาคนเป็นที่ตั้ง มันก็มีการวางแผนแบบยั่งยืน ด้วยการมองอนาคตไกลๆ ไปอีก 50 ปี 100 ปี ว่าคนรุ่นต่อไปจะมีชีวิตกันอยู่ต่อไปได้ยังไง คนสแกนดิเนเวียเลยให้ความสำคัญกับการพัฒนาในเรื่องที่พื้นฐานมากแต่สำคัญมาก นั่นคือการศึกษาและสิ่งแวดล้อม

"ผมว่าคนจำนวนมากเข้าใจดีว่าการใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ มีประโยชน์ต่อโลกและช่วยประหยัดไฟได้จริง แต่การต้องลงทุนติดตั้ง solar cell มันเป็นเงินจำนวนมาก มันคุ้มค่าต่อค่าไฟที่ประหยัดไปจริงไหม และที่พูดกันว่าคืนทุน 3-5 ปี มันได้แบบนั้นจริงไหม ผมและภรรยาเองก็เคยอยากได้ solar cell ติดบ้าน เพราะเราเป็นคนชอบเรื่อง sustainibility แต่พอเจอราคาร่วมครึ่งล้านซึ่งเขาบอกว่าประหยัดไฟได้เดือนละ 5-6 พัน ผมก็ต้องถอย"


ศิลป์ธรณ์บอกว่าเขาจึงตั้งใจคิดหา solution ที่เหมาะกับคนเมือง โดยเฉพาะคนทำธุรกิจรุ่นใหม่ เพื่อให้ solar cell เป็นของที่คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้ง solution ที่ทำให้ลงทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงวิธีการสื่อสารที่เอาเรื่องดาต้าและงานวิศวะมาพูดในวิธีที่ทำให้คนทั่วไปเข้าใจกันได้ง่ายขึ้น


ผมอยากให้ "คนขาย" คิดถึง "คนซื้อ" จริงๆ มากขึ้น เพราะเมื่อสองฝั่งเข้าใจกัน เราก็จะสามารถช่วยให้คนมี solar cell ได้ง่ายขึ้น แต่ละครอบครัวก็จะผลิตไฟใช้กันเองได้มากขึ้น พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น ผมว่าประเทศไทยเราไปถึงจุดนั้นได้นะ และ Solar Matter ของเราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศนี้

แต่ตลาดของธุรกิจ solar cell ในปัจจุบันมีคนเข้ามาแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงอดไม่ได้ที่ต้องถามความเห็นของศิลป์ธรณ์ในฐานะของนักธุรกิจที่ผ่านสังเวียนการทำการตลาดระดับภูมิภาคมามากมาย


"มันเป็นธุรกิจที่เป็นประโยชน์นะครับ ควรช่วยๆ กันทำครับ" เขาตอบอย่างอารมณ์ดีด้วยแววตาเป็นประกาย


"แต่ละบ้านแต่ละธุรกิจควรมีโซลาร์เซลล์ติดบ้าน ติดโรงงาน ติดออฟฟิศเอาไว้ ยิ่งตอนนี้เทรนด์รถพลังงานไฟฟ้ากำลังมา มีแนวโน้มว่าจะมี demand สูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วย แม้กระทั่งแบรนด์ซุปเปอร์คาร์ก็ลงมาเล่นในตลาดนี้ การผลิตไฟฟ้าใช้เองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และจะมีประโยชน์มากขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย"


"แต่ความต้องการของลูกค้าก็มีหลากหลายนะครับ บางคนคำนึงเรื่องราคาเป็นหลัก บางคนเน้นเรื่องบริการมาเป็นอันดับหนึ่ง บางคนต้องใช้แบรนด์เนมเท่านั้น จริตของลูกค้าแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าเขาชอบจริตแบบเรา เขาก็คงก็ชอบเราครับ (หัวเราะ)"

แล้วจริตแบบเราเป็นยังไง?


"ผมว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่ทุกคนควรคำนึงเป็นอย่างแรกคือ solar cell ในแต่ละบ้านเป็นของเฉพาะตัว และการติดตั้ง solar cell ครั้งนึงหมายถึงเราต้องอยู่กับผู้ให้บริการนั้นๆ เป็นเวลา 25 ปีเป็นอย่างน้อย นั่นคือเกือบครึ่งชีวิตเลยนะครับ ผมเลยมองว่าจริตแบบผมจะมองราคาเป็นเรื่องรอง แต่มองการอยู่กันได้ยาวๆ เป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่พูดแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่มองเรื่องราคาเลยนะ (หัวเราะ)"


"ผมอยู่ในฐานะเจ้าของธุรกิจ" ศิลป์ธรณ์ย้ำถึงจุดยืนของคนทำงานจริงที่ไม่ช่างฝัน "ผมเข้าใจเรื่องการลงทุน และอย่างที่ผมบอกว่าเราอยากให้ solar cell เป็นสิ่งที่เข้าถึงครอบครัวไทยได้มากขึ้น ราคาของเราจึงต้องน่ารัก สมเหตุสมผลสมคุณภาพ คุ้มค่าคุ้มราคานั่นแหละ"


ศิลป์ธรณ์บอกว่า เมื่อเขาตั้งใจจะอยู่กับลูกค้าไปนานๆ จึงมองว่าลูกค้าเป็นครอบครัว ซึ่งเป็นมุมมองใหม่และกลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น


ผมรอที่จะได้เจอสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว Solar Matter อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร และในฐานะคนในครอบครัวเดียวกัน เราสามารถช่วยอะไรให้ชีวิตเขาดีขึ้นได้บ้าง

ศิลป์ธรณ์จึงเริ่มศึกษาเรียนรู้จากการดูแลบ้านของครอบครัวและเพื่อนๆ ของหุ้นส่วน "เราต้องดูแลพวกเขาให้ได้ดีก่อน แล้วจึงขยายกำลังไปดูแลบ้านของคนอื่นต่อๆ ไป ด้วยความตั้งใจที่ว่าต้องดูแลเขาให้ได้เหมือนที่ดูแลให้ครอบครัวเราเอง"


คิดว่าอะไรเป็นจุดแข็งและความแตกต่างของ Solar Matter?


"ความใส่ใจครับ"


แน่นอนว่าหลายแบรนด์ก็คงพูดเช่นเดียวกันว่ามีบริการที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ศิลป์ธรณ์จึงบอกว่าเขาไม่ต้องการให้มันเป็นแค่คำพูดลอยๆ เท่านั้น แต่เขาต้องการทำให้มันออกมาเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้


"ผมมองว่าถ้าเราเป็นครอบครัวเดียว เราก็ต้องเริ่มที่ความจริงใจครับ" Solar Matter จึงมีการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินหน้างานเพื่อดูสภาพพื้นที่จริง และเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าจริงตั้งแต่ต้น ซึ่งทุกคนจะเห็นข้อมูลเดียวกันอย่างตรงไปตรงมาผ่านแอพลิเคชันแบบ real time เพื่อให้นำเสนอ solution ที่ดีที่สุดได้จริง ส่วนลูกค้าเองก็จะสามารถมั่นใจได้ว่าการลงทุนติดตั้งแผง solar cell ของเขานั้นเหมาะสมกับการใช้งาน


"เราใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ ครับ เริ่มต้นตั้งแต่การจัดหาแผง solar ตัวโครงสร้างสำหรับติดตั้ง และการเลือกใช้แต่ hybrid inverter เพื่อจะได้รองรับการติดตั้งแบตเตอรี่ในอนาคตหากลูกค้าต้องการ"


"แบรนด์ที่เราเลือกก็ต้องมีคุณภาพที่ดี ไม่ใช่แค่ดีธรรมดาด้วยนะครับ ต้องดีแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ผลลัพธ์ต้องวัดผลได้ ที่สำคัญมากๆ อีกอย่างคือ โครงสร้างบริษัทของแบรนด์ที่เราเลือกมานั้นต้องดีและยั่งยืน เพราะเขาต้องสามารถอยู่กับเราและ supply ของให้ครอบครัว Solar Matter ไปนานๆ"


นอกจากเรื่องของวัสดุ Solar Matter ศิลป์ธรณ์รู้ว่าเรื่องบริการนั้นสำคัญมาก "คนของเราต้องเข้าบ้านของลูกค้า ดังนั้น งานมันจะทำแบบลวกๆ ไม่ได้" เพราะเหตุนี้ศิลป์ธรณ์จึงตั้งใจชวนคุณปัญจพล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ AirMate มาเป็นหุ้นส่วนหลักเพื่อจะพัฒนางานด้านบริการร่วมกัน "ผมไว้ใจพี่หน่อง (ปัญจพล) พี่เขาสร้างแบรนด์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานติดตั้งและบริการหลังการขายเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มาด้วยตัวเอง เขาเริ่มมาจากการทำงานให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่างอิตาลีและเกาหลี จนทุกวันนี้เรียกได้ว่า AirMate คือเบอร์ต้นๆ ของไทย ได้ร่วมงานกับอสังหาฯ ชั้นนำมากมาย"


ศิลป์ธรณ์บอกว่าที่เขาอยากร่วมงานกับ AirMate ไม่ใช่แค่เพราะ profile ระดับพรีเมียม "ภรรยาผมรู้จักกับพี่เขา และผมเป็นลูกค้าเขา ภรรยาผมชอบพูดบ่อยๆ ว่าเราน่าจะเจอพี่หน่องเร็วกว่านี้ (หัวเราะ) คือเขาเป็นคนดูแลทุกอย่างในบ้าน แล้วเจอช่างที่ไม่เป็นมืออาชีพมาเยอะ พอเขาเจอ AirMate ก็จบ ช่างที่พี่หน่องเทรนมาทำงานเรียบร้อยมาก ดูแลบ้านอย่างดี จบงานมีทีมโทรมาเก็บคอมเมนท์จากลูกค้า ภรรยาผมแฮปปี้มาก เราเลยไม่แปลกใจตอนที่รู้ว่า AirMate ได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงสุดในกลุ่มลูกบ้านจากทั้ง AP แสนสิริ SC Asset ถ้าเป็นผม มี 10 ดาวผมก็ให้เต็ม 10"


"พอรู้ตัวว่าจะทำ Solar Matter ที่การติดตั้งและการบริการหลังการขายเป็นเรื่องสำคัญ ผมก็โทรหาพี่หน่องเป็นคนแรกเลย" ศิลป์ธรณ์อธิบายว่าธุรกิจ solar cell ไม่ใช่งานแบบซื้อขายหนึ่งครั้งแล้วจบเลย แต่มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระยะยาว "ผมเริ่มทำธุรกิจนี้ด้วยความเข้าใจว่าเมื่อลูกค้าวางใจใช้บริการกับเราแล้ว เราก็ต้องอยู่กับเขาได้อีกนานจริงๆ ผมจึงต้องวางแผนสำหรับระยะยาว"


ลูกค้าซื้อ solar cell จากผมวันนี้ เขาเปลี่ยนแผงอีกครั้งก็ 25 ปีข้างหน้า วันนี้ผมอายุ 38 อีก 25 ปีผมก็เพิ่ง 63 ยังมีกำลังดูแลพวกเขาได้อยู่ ส่งมอบให้รุ่นต่อไปได้อีก

ดังนั้นสำหรับ Solar Matter มันจึงไม่ใช่แค่การหาคนมาเป็นมือปืนรับจ้างระยะสั้นในวันนี้ แต่มันคือการวางแผนเพื่อสร้างทีมงานที่มีคุณภาพที่จะส่งต่อความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องไปอีกหลายๆ รุ่น เพื่อจะสามารถดูแลลูกค้าไปได้นานๆ


"จริงๆ แล้วเรายังมีการคิดอะไรอีกหลายอย่างเพื่อให้ตอบโจทย์คนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวของเรา เพราะปัญหาและการใช้งานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราคิดหลายด้านจริงๆ นะครับ พยายามเก็บให้ครบทุกมุม คุยกันเยอะมาก มีทีมงานหลายฝ่ายช่วยกันพัฒนาในแต่ละด้าน เพื่อจะให้สมกับที่ลูกค้าอุตส่าห์มอบความไว้ใจให้กับเรา"


ศิลป์ธรณ์ สันติธรณ์ และภรรยา กัลยกร นาคสมภพ

コメント


bottom of page